KSL วิเคราะห์หุ้น


September 30, 2012 by  
Filed under การเงิน การลงทุน

บมจ.น้ำตาลขอนแก่น<KSL.BK> ผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่อันดับ 4 ของไทย คาดกำไรสุทธิปี 55/56 เติบโตจากปีก่อน แม้มองราคาน้ำตาลปรับตัวลง แต่ด้วยกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากโรงงานน้ำตาลแห่งใหม่ในจ.เลย ที่เริ่มเปิดหีบในฤดูการผลิตใหม่นี้ จะช่วยหนุนยอดขายเติบโต บริษัทยังมองหาโอกาสซื้อธุรกิจเครื่องดื่ม มูลค่าราว 3-4 พันล้านบาท เพื่อต่อยอดธุรกิจบริษัทด้วย

นายชลัช ชินธรรมมิตร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่-สายงานพัฒนาธุรกิจ KSL คาดว่า ยอดขายปี 55/56 จะเติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก จากราว 2.3 หมื่นล้านบาทในปีนี้หลังโรงงานน้ำตาลแห่งใหม่ในจ.เลย แล้วเสร็จ และจะเริ่มผลิตในปลายเดือนธ.ค.นี้

“ปีหน้าเรายังมีกำไรที่ดีอยู่ เพราะที่ลาวก็จะมีกำไร ส่วนกัมพูชาก็จะขาดทุนลดลง…น้ำตาลดี อ้อยเข้าหีบเยอะ ไฟฟ้า เอทานอลก็ขายได้มากขึ้น” นายชลัช กล่าวให้สัมภาษณ์ “รอยเตอร์”

KSL มีโรงงานน้ำตาล 5 แห่งในพื้นที่ จ.ขอนแก่น, กาญจนบุรี, ชลบุรี และล่าสุดใน จ.เลย มีกำลังการผลิตรวมกันประมาณ 1 แสนตันอ้อย/วัน รวมถึงยังมีโรงงานเอทานอล 2 แห่ง และโรงไฟฟ้า 2 แห่ง ตลอดจนมีการลงทุนโรงงานน้ำตาลที่ลาว และกัมพูชา

ในงวด 9 เดือนแรกปีนี้ (พ.ย.54-ก.ค.55) KSL มีกำไรสุทธิ 1.92 พันล้านบาท สูงกว่าทั้งปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.89 พันล้านบาท

นายชลัช คาดว่าปีหน้าจะมีปริมาณอ้อยเข้าหีบเพิ่มขึ้นเป็น 8 ล้านตันอ้อยซึ่งจะทำให้ได้ผลผลิตน้ำตาล 8 แสนตัน จาก 7.3 แสนตันในปีนี้ โดยปริมาณอ้อยเข้าหีบที่เพิ่มขึ้นทำให้มีกากอ้อย ผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้น และมีกากน้ำตาลผลิตเอทานอลมากขึ้น

ในปีหน้า บริษัทวางเป้าหมายจะผลิตและขายเอทานอลเต็มกำลังการผลิตที่ระดับ 100-105 ล้านลิตร และการผลิตและขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นก็จะทำให้บริษัทมีกำไรเพิ่มขึ้นเนื่องจากปัจจุบันธุรกิจไฟฟ้าและเอทานอล คิดเป็นสัดส่วนราว 40% ของกำไรรวม ขณะที่ธุรกิจน้ำตาล ทำกำไรได้ราว 60% ของกำไรรวม

สำหรับราคาน้ำตาลในปีหน้านั้น คาดว่าจะอยู่ในระดับต่ำกว่า 25 เซนต์/ปอนด์ จากราว 26-27 เซนต์/ปอนด์ ในปีนี้ เนื่องจากจะมีผลผลิตน้ำตาลรวม จากผู้ผลิตหลายรายของโลกเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาสถานการณ์ราคาอย่างใกล้ชิดว่า จะมีผลผลิตน้ำตาลออกมาสู่ตลาดได้ ตามคาดการณ์ดังกล่าวหรือไม่ด้วย

ขณะที่ความต้องการใช้น้ำตาลในตลาดโลก มองว่าจะยังคงมีการเติบโต แม้เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยมองว่าแม้ความต้องการของตลาดโลกในช่วงที่ไม่ดีนัก การใช้น้ำตาลของโลก ก็ยังคงเติบโตระดับ 1-2%

นายชลัช คาดว่าปีหน้าโรงงานน้ำตาลในลาวน่าจะเริ่มทำกำไรได้ และโรงงานน้ำตาลในกัมพูชา จะมีผลขาดทุนลดลง จากปีนี้ที่คาดว่าผลประกอบการจากทั้งสองโรงงานดังกล่าวอาจจะมีผลขาดทุนรวมประมาณ 250 ล้านบาท

สำหรับปีหน้า บริษัทตั้งงบลงทุนเบื้องต้นราว 2 พันล้านบาท แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายคงค้างในการทำโรงงานที่จ.เลยราว 1.5 พันล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นค่าบำรุงรักษาประจำปี ขณะที่การลงทุนใหม่นั้น ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะลงทุนสร้างโรงงานน้ำตาลแห่งใหม่ในจ.สระแก้ว หรือจะเป็นการปรับปรุงโรงงานเดิม เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตอีกอย่างน้อย 50%

“กำลังดูอยู่ว่า จะทำที่สระแก้ว หรือปรับปรุงโรงงานเก่า 2 โรง ที่ท่ามะกาและขอนแก่น อาจจะปรับปรุงเพื่อให้มีการหีบเพิ่มขึ้นประสิทธิภาพที่ดีขึ้น…งบลงทุนใหม่ ตัวเลขยังไม่นิ่ง” นายชลัช กล่าว

เขากล่าวด้วยว่า บริษัทยังให้ความสนใจเข้าไปลงทุนโรงงานน้ำตาลในพม่าด้วยเนื่องจากมีศักยภาพที่ดีทั้งในส่วนของดินเพื่อการเกษตร และประชากร โดยจะเป็นลักษณะการเช่า หรือซื้อโรงงานเก่าแล้วมาปรับปรุง แต่คาดว่าคงใช้เวลาอีกนาน หลังยังมีความกังวลในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน และกฎหมายต่างๆ ที่ยังมีความไม่ชัดเจน

**เล็งซื้อธุรกิจเครื่องดื่ม**

นายชลัช กล่าวอีกว่า บริษัทให้ความสนใจที่จะซื้อกิจการเครื่องดื่มเพื่อเป็นการต่อยอดธุรกิจ และสร้างความแข็งแกร่ง รองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) โดยอยู่ระหว่างเจรจากับผู้ประกอบการในธุรกิจเครื่องดื่มหลายราย ทั้งในและต่างประเทศ มีมูลค่าราว 3-4 พันล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสรุปได้ในราวกลางปีหน้า

“เราไม่ได้แตกไลน์เพราะว่าธุรกิจแฟมิลี่เราทำราชาชูรส เราอยู่ในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มมานานแล้ว…ถ้าดำเนินการแล้วเสร็จ ขอนแก่นก็จะมีสายงานเครื่องดื่มมาอยู่อีกสายหนึ่ง” นายชลัช กล่าว

ประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งมีประชากรรวมกันมากกว่า 600 ล้านคน มีกำหนดเปิด AEC ในปี 2558 ซึ่งจะทำให้มีการเคลื่อนย้ายสินค้า, เงินทุน และแรงงานทักษะในภูมิภาคเป็นไปอย่างเสรี

นายชลัช กล่าวว่า รูปแบบของการซื้อกิจการเครื่องดื่มนั้น อาจเป็นลักษณะการจ่ายเงินสดส่วนหนึ่ง และอีกส่วนจะให้ผู้ถือหุ้นในกิจการดังกล่าว เข้าถือหุ้นใน KSL เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของทั้งสองบริษัท และเพิ่มมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป)       ขณะที่สัดส่วนการถือหุ้นของกลุ่มชินธรรมมิตร์ อาจจะลดลง 10-20% จากปัจจุบัน ที่ถือหุ้นใน KSL สัดส่วนราว 65%

ปัจจุบัน KSL มีมาร์เก็ตแคปประมาณ 2 หมื่นล้านบาท เป็นอันดับ 8 ในกลุ่ม อาหาร และนับแต่ต้นปีนี้ราคาหุ้น KSL ลดลงราว 3% มาที่ 12.90 บาท ขณะที่ดัชนี หุ้นไทยปรับขึ้นราว 25%

–จบ–

โดย วิลาวัลย์ พงษ์พิทักษ์, อาภรณ์รัตน์ พูนพงศ์พิพัฒน์

กรุงเทพฯ–24 ก.ย.–รอยเตอร์

(โดย วิลาวัลย์ พงษ์พิทักษ์ เรียบเรียง–บร–)

((wilawan.pongpitak@thomsonreuters.com;โทร.0-2648-9730;

Reuters Messaging:wilawan.pongpitak.thomsonreuters.com@reuters.net)

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

Comments

comments

Comments

Feel free to leave a comment...
and oh, if you want a pic to show with your comment, go get a gravatar!





.

Free PageRank Checker SiamHealthandBeauty on Twitter, SiamHealthandBeauty on Alexa