2 ปัจจัยหลัก ทำงานมีประสิทธิภาพ


April 30, 2013 by  
Filed under มุมพักผ่อน

2 ปัจจัยหลัก ทำงานมีประสิทธิภาพ

งานเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตของแต่ละคน เพราะนอก จากจะเป็นหนทางหารายได้ เลี้ยงชีพและครอบครัวแล้ว ยังเป็นส่วนที่ทำให้แต่ละคนรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า ได้สร้าง ได้ทำ อะไรสำเร็จ รู้สึกเป็นสุข โดยเฉพาะเมื่อได้งานที่ถนัด ถูกใจ

แต่คนเราก็ไม่อาจโชคดีได้งานที่ถูกใจทุกคนหรือถึงแม้ได้งานที่ถูกใจก็อาจได้เพื่อนร่วมงานที่ไม่ถูกใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถ จะเลือกได้ดังใจทุกคน งานปัจจุบันส่วนใหญ่ต้องทำร่วมกันเป็นทีม เป็นหมู่คณะ ถ้าเพื่อนร่วมงานถูกใจก็โชคดีไป ถ้าเพื่อนร่วมงานไม่ถูกใจก็อาจต้องมีการเรียนรู้ปรับตัวกันบ้างจึงจะไปด้วยกันได้

การทำงานในคนหมู่มากต้องมีความคิดเห็นแตกต่าง ขัดแย้งกันบ้าง กระทบกันบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้ามาก บ่อยหรือรุนแรง งานก็ไม่เดิน ส่วนรวมเกิดความเสียหายได้ ตัวเราเองก็จะไม่มีความสุข และธรรมชาติคนเราเมื่อเกิดปัญหาขึ้นมักจะโทษคนอื่นมากกว่าโทษตัวเอง ซึ่งอาจจะทำ ให้ปัญหายุ่งยากมากขึ้น

ดังนั้น เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาให้งานดำเนินไปได้ก่อนที่จะโทษเพื่อนร่วมงาน เราควรพิจารณาเหตุทีละขั้นตอน เพื่อการแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์ ลำดับแรกก่อนอื่นใด เมื่อเกิดปัญหาขึ้น มักทำให้เกิดความเครียด และเกิดอารมณ์ขุ่นมัว ดังนั้น ก่อนจะทำอะไรทั้งสิ้นควรที่จะฝึกผ่อนคลาย พักสมองจากปัญหาสักระยะหนึ่งก่อน โดยอาจจะแยกหาเวลาส่วนตัวช่วงสั้นๆ ฟังเพลง ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ผ่อนลมหายใจ หลีกเลี่ยงการแก้ปัญหาด้วยอา รมณ์หรือความสะใจ เสร็จแล้วค่อยๆตั้งสติทบทวนเหตุ การณ์ พิจารณาทีละแง่มุมด้วยเหตุด้วยผล ตามความเป็นจริงโดยปราศจากอคติ

ปัจจัยหลัก 2 ประการ ที่จะให้การทำงานมีประสิทธิภาพก็คือ ระบบกับคน ดังนั้น ขั้นต้นจึงควรพิจารณาเรื่องระบบการทำงานว่าดีแล้วหรือยัง มีประสิทธิภาพรัดกุม ชัด เจนดีแล้วหรือยัง เพราะบ่อยครั้งปัญหาเกิดจากระบบไม่ชัดเจน ทำให้งานเกิดความผิดพลาด ความขัดแย้ง ระหว่างคนทำงานได้ ซึ่งถ้าใช่ สาเหตุจากระบบงานไม่ดี ไม่ชัดเจน ก็จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแก้ไข

ถัดจากเรื่องระบบงานก็มาถึงเรื่องคน  และคนแรกที่สมควรพิจารณาถึงก็คือตัวเราเองว่าเป็นสาเหตุของปัญหาหรือไม่ ซึ่งการพิจารณานี้มิใช่ง่าย เพราะต้องพิจารณาด้วยใจที่เป็นกลาง เป็นธรรม ไม่เข้าข้างตัวเอง ต้องการวุฒิภาวะสูง แง่มุมที่จะพิจารณา อาทิ เราวางตัวเหมาะสมหรือไม่ ให้เกียรติผู้ร่วมงานหรือไม่ ยกตนข่มท่านหรือไม่ ขี้โมโห ใช้อารณ์กับคนอื่นหรือไม่ จุกจิก เจ้าระเบียบ ขี้กังกลเกินไปหรือไม่ ขี้ระแวง ไม่ไว้ใจใครหรือไม่ อคติมองคนอื่นในแง่ลบแง่ร้ายเกินไปหรือไม่ ถ้าใช่ข้อใดข้อหนึ่งก็สมควรปรับปรุงเสียใหม่

นอกจากนี้บางทีถ้าเป็นไปได้อาจปรึกษาเพื่อนหรือผู้ ใหญ่ที่ไว้ใจได้ช่วยรับฟังปัญหาความอึดอัดใจและอาจได้มุมมองจากคนนอก และคำแนะ นำที่ดีที่คิดไม่ถึงก็ได้ ถ้าแน่ใจว่าตัวเองโอเค ไม่ใช่สาเหตุของปัญหาแล้วค่อยไปพิจารณาที่เพื่อนร่วมงาน

ในการพิจารณาผู้อื่น บาง ครั้งปัญหาเกิดจากความเข้าใจผิดของเขาก็สมควรแก้ไขให้ถูกต้อง บางครั้งเกิดจากลักษณะนิสัยของเขาที่ต้องการเปรียบเทียบ แข่งขันเอาชนะ ต้องการศักดิ์ศรี หน้าตา ซึ่งลักษณะเหล่านี้ถ้าพิจารณาให้ลึกลงไปมักเกิดจากปมในจิตใจ รู้สึกไม่มั่นคง ไม่มั่นใจในคุณค่าของตัวเองก็อาจมีปัญหาภายในเช่นเดียวกัน

ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ตัวเราก็ไม่สมบูรณ์แบบเช่นกัน เราก็ต้องพัฒนาทำตัวให้เต็ม เห็นใจเขา ไม่ต้องแข่งกับเขา รู้จักให้อภัย หลีกเลี่ยงความโกรธที่จะเผาตัวเราเองในที่สุด หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงทั้งคำพูด น้ำเสียงและสายตา ท่าทางในเชิงกระทบกระเทียบ เสียดสี ประชดประชัน การทำให้เขาเสียหน้ายิ่งทำให้สถาน การณ์แย่ลงจนแก้ไขยากขึ้น

คนที่ให้อภัยคนได้จะหาความสุขได้ง่ายกว่าคนที่ให้อภัยยาก เจ็บแค้นฝังนาน ดังนั้น ต้องพยายามมองหาข้อดีของเขามาถ่วง พยายามให้อภัย ให้โอกาสเขา แต่คนบางคนก็มีปัญหาเลวร้ายมากจริงๆ ให้อภัยไม่ค่อยไหวจริงๆ อาจจะต้องพึ่งผู้บังคับบัญชาที่อาวุโสกว่าช่วยเหลือแก้ไขหาทางออก หัวหน้าที่ลูกน้องจะพึ่งได้ก็ต้องมีความเป็นผู้ใหญ่ มีวุฒิภาวะ มีอารมณ์มั่นคง มีความยุติธรรม ไม่ใช้อารมณ์ ให้ช่วยแก้ไขระ บบเรื่องการแบ่งงาน มอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบ แนะนำตักเตือนแก้ไขเรื่องคน

นอกจากนี้หัวหน้าอาจต้องช่วยให้พนักงานมีกิจกรรมสันทนาการร่วมกัน นอกเหนือจากความสัมพันธ์ในงาน เพราะ ความสัมพันธ์ที่ไม่เป็นทางการระหว่างบุคคล สามารถช่วยให้เกิดความเป็นกันเองระหว่างพนักงาน ลดกำแพง การแบ่งแยกระหว่างกัน และเพิ่มโอ กาสการร่วมมือกันมากขึ้น ลดโอกาสเกิดความขัดแย้ง

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขเปลี่ยนแปลงทุกอย่างต้องใช้เวลา ไม่สามารถเกิดขึ้นในระยะ เวลาวันสองวัน ต้องอดทนรอคอยดูผล ถ้าเปลี่ยนแปลงได้ก็ดี ถ้าเปลี่ยนแปลงไม่ได้บางทีก็อาจจะต้องทำใจยอมรับข้อจำกัด ของคน ยอมปรับตัวเองให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ ปรับ เป้าหมายในระดับที่จะเกิดขึ้นจากประสิทธิภาพตามความเป็นจริง หรือไม่ก็อาจจะต้องมองหาโอกาสใหม่ งานใหม่ สิ่งแวด ล้อมใหม่ ที่เข้ากับตัวเราได้มากกว่า หรือเราสามารถปรับตัวเข้าได้มากกว่า ได้ใช้ศักยภาพมาก เกิดผลงานดีกว่า มีความสุขมากกว่า

ที่มา : โลกวันนี้วันสุข  โดย นพ.ไกรสิทธิ์ นฤขัตพิชัย

Comments

comments

Comments

Feel free to leave a comment...
and oh, if you want a pic to show with your comment, go get a gravatar!





.

Free PageRank Checker SiamHealthandBeauty on Twitter, SiamHealthandBeauty on Alexa