หุ้นแม็คโครทะยาน5วันติด ลือบ.แม่ขายกิจการ


April 19, 2013 by  
Filed under การเงิน การลงทุน

หุ้นแม็คโครทะยาน5วันติด ลือบ.แม่ขายกิจการ

หุ้นแม็คโคร ทะยาน 5 วันซ้อน ราคาพุ่ง 1.54% โบรกเกอร์คาดนักลงทุนเก็งกำไรข่าวลือบริษัท เอสเอชวี โฮลดิ้งส์ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ขายกิจการในไทย

วานนี้ (18 เม.ย.) ราคาหุ้นบริษัท บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน)(MAKRO) ยังปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 จากวันที่ 10 เม.ย. ราคาปิดที่ 552 บาท ล่าสุดวานนี้(18 เม.ย.) ราคาหุ้นปิดที่ 660.00 บาทเพิ่มขึ้น 10.00 บาท หรือ 1.54% จากวันที่ 10 เม.ย. 56 หลังนักลงทุนเก็งกำไรจากข่าวลือการขายหุ้นของบริษัทแม่

นักวิเคราะห์จากบล.กรุงศรี เปิดเผยว่า ราคาหุ้น บริษัท สยามแม็คโคร (MAKRO) ที่ปรับขึ้นแรง มาจากแรงเก็งกำไรจากข่าวลือการขายกิจการในไทยของ บริษัท เอสเอชวี โฮลดิ้งส์ (SHV Holdings) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ เพราะหากดูจากปัจจัยพื้นฐาน ยังไม่เห็นปัจจัยใดที่จะส่งผลให้ราคาขึ้นปรับขึ้นแรงได้ แม้ว่าแนวโน้มการทำกำไรในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 4.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จากปีก่อนหน้า แต่ก็อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม ที่คาดว่ากำไรจะเติบโต 23%

ทั้งนี้ หากการซื้อขายกิจการดังกล่าวเกิดขึ้นจริง มองว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ซื้อมากกว่าตัวแม็คโคร เพราะแม็คโครทำธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่มีคู่แข่ง หากกลุ่มผู้ซื้อตามที่มีข่าว ทั้งกลุ่มเซ็นทรัล บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) ซื้อกิจการแม็คโครจริง ก็เพื่อเสริมธุรกิจที่มีอยู่ให้ครบวงจรมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม มองว่าราคาหุ้นที่ผ่านมา ได้ปรับขึ้นเกินปัจจัยพื้นฐานไปแล้ว มีการซื้อขายที่ 10 เท่าของมูลค่าตามบัญชี หรือบุ๊คแวลู การที่ราคาหุ้นปรับขึ้นแรงได้อีก อาจเป็นเพราะนักลงทุนคาดว่าการซื้อขายกิจการที่อาจจะเกิดขึ้น คงซื้อขายกันในราคาที่สูงกว่านี้ ซึ่งหากเป็นจริงก็ถือว่าดีลนี้แพงไป

“เท่าที่ดูราคาหุ้นของบริษัทที่เคยมีข่าวว่าจะเข้าไปซื้อหุ้นแม็คโคร ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมาก มีเพียงหุ้นแม็คโครที่ปรับขึ้นแรง แสดงว่านักลงทุนมีการเก็งกำไรว่าราคาที่ซื้อขายจะต้องสูงกว่าราคาตลาด”

ด้านบล.บัวหลวง วิเคราะห์ว่า หากมีการซื้อขายหุ้นจริง ประเมินว่าราคาขายน่าจะอยู่ในช่วงอัตราราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น ( PER) 30-40 เท่า อ้างอิงจากกรณีก่อนหน้าที่บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (BIGC) ซื้อสาขาคาร์ฟูในประเทศไทยที่ PER 40 เท่าในปี 2553 ในขณะที่ บริษัท ออฟฟิศเมท (OFM) ซื้อบีทูเอสและออฟฟิศดีโปที่ PER 30 เท่าในปี2555 ดังนั้นแม็คโคร ก็อาจถูกตีราคาขายที่ 550-730 บาทต่อหุ้น ซึ่งคิดเป็นมูลค่า 8 หมื่นถึง 1.07 แสนล้านบาทสำหรับหุ้นที่ถือทั้งหมดของเอสเอชวีฯ

นักวิเคราะห์ ระบุว่า ผลเชิงบวกที่อาจเกิดขึ้นได้หากมีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหญ่คือ การซื้อขายหุ้นอาจจะมีสภาพคล่องสูงขึ้น เนื่องจากรายชื่อผู้ซื้อตามที่มีข่าวเป็นกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับตลาดทุนมากกว่า

เอสเอชวี ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าหุ้นแม็คโคร จะถูกทำการแตกพาร์เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากสภาพคล่องในการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น มองไม่เห็นประโยชน์ใดๆ ต่อผู้ถือหุ้น รายย่อย จึงกังวลว่าอาจมีการเปลี่ยนทีมผู้บริหารหรืออาจมีผู้บริหารชุดใหม่เพิ่มเข้ามา ซึ่งทีมผู้บริหารปัจจุบันนั้นได้รับการยอมรับว่ามีความสามารถและศักยภาพสูงมากสามารถเปลี่ยนแม็คโคร จากบริษัทที่อยู่ในช่วงถดถอยเป็นบริษัทที่มีการเติบโตสูง และเป็นแม็คโครแห่งเดียวที่ประสบความสำเร็จในเอเชีย

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

Comments

comments

Comments

Feel free to leave a comment...
and oh, if you want a pic to show with your comment, go get a gravatar!





.

Free PageRank Checker SiamHealthandBeauty on Twitter, SiamHealthandBeauty on Alexa