สงครามครูเสด (Crusade War) มหาสงครามแห่งศาสนาที่โลกไม่รู้ลืม


July 29, 2012 by  
Filed under มุมพักผ่อน

ระหว่างกลุ่มประเทศที่นับถือศาสนาคริสต์ กับประเทศกลุ่มที่นับถือศาสนาอิสลาม เริ่มขึ้นและจบลงในสมัยที่ชาวยุโรปเรียกกันว่ายุคกลาง อันเป็นยุคที่ศาสนาคริสต์มีบทบาทกับชีวิต ความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของชนชาติในยุโรปเกือบทุก ๆ ชาติ ที่ขณะนั้นมีอยู่ไม่ต่ำกว่า 80 เชื้อชาติ และมีรัฐเล็กรัฐน้อยอยู่ไม่ต่ำกว่า 100 รัฐ สงครามเกิดขึ้น 8 ครั้งด้วยกันในช่วงระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 11 ถึง 13 กินเวลา 200 ปี

ครั้งที่ 1 ระหว่างปี 1095 – 1101

ครั้งที่ 2 ระหว่างปี 1147 – 1149

ครั้งที่ 3 ระหว่างปี 1188 – 1192

ครั้งที่ 4 ระหว่างปี 1201 – 1204

ครั้งที่ 5 ระหว่างปี 1217 – 1221

ครั้งที่ 6 ระหว่างปี 1228 – 1229

ครั้งที่ 7 ระหว่างปี 1248 – 1254

ครั้งที่ 8 ระหว่างปี 1270

สาเหตุเนื่องมาจาก

ทั้งชาวคริสต์ ชาวยิว และชาวมุสลิม ต่างยึดถือบัยตุลมักดิศ หรือ วิหารแห่งเมืองเยรูซาเลม เป็นศาสนสถานสำคัญแต่ช่วงนั้นเยรูซาเล็มตกอยู่ภายใต้การปกครองของชาวมุสลิม แม้ทุกฝ่ายจะได้รับเสรีภาพให้ไปแสวงบุญยังศาสนสถาน แต่ความเชื่อพื้นฐาน และวิถีปฏิบัติในการบูชาที่ต่างกัน ก่อให้เกิดการกระทบกระทั่งกันเนือง ๆ นักบวชชาวคริสต์จึงเริ่มรณรงค์ให้รัฐต่าง ๆ ในยุโรปต่อต้านชาวมุสลิม เมื่อการรณรงค์โดยใช้สัญลักษณ์ไม้กางเขนเป็นสัญลักษณ์ประสบความสำเร็จ กระแสสงครามก็เริ่มต้นขึ้น

พระสันตะปาปาเกรกอรี่ที่ 7 แห่งกรุงโรม รวบรวมกองทัพชาวคริสต์ 50,000 คน เดินทางไปยังนครเยรูซาเลมในปี 1095 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามครูเสด หรือนัยหนึ่งสงครามระหว่างจันทร์เสี้ยวกับไม้กางเขน ชาวคริสต์ใช้ไม่กางเขนเป็นสัญลักษณ์แขวนไว้ที่คอ และ/หรือเป็นสัญลักษณ์ ส่วนชาวมุสลิมใช้สัญลักษณ์จันทร์เสี้ยว ! อันมีที่มาจากปฏิทินอิสลาม อันเป็นปฏิทินทางจันทรคติที่อาศัยการโคจรของดวงจันทร์เป็นตัวกำหนดเดือน ดวงจันทร์แรกที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของเดือนเรียกว่าจันทร์เสี้ยว หรือ ฮิลาล นั่นเอง

ปฏิบัติการสงครามครั้งแรกยังไม่ได้รับความสนับสนุนจากอาณาจักรโรมันตะวันออกที่มีนครคอนสแตนติโนเปิ้ลเป็นราชธานี จึงไม่ประสบผลสำเร็จ และสงครามครั้งที่ 2 จนถึงครั้งที่ 8 ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเช่นเดียวกัน เพราะล้วนแต่ขาดเอกภาพในการนำระหว่างทหารชาวยุโรปจากหลาย ๆ อาณาจักร ทั้งฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมัน อิตาลีสลาฟ และสเปน ทำให้ไม่สามารถโจมตี และยึดกรุงเยรูซาเลมได้อย่างเป็นชิ้นเป็นอัน และทุก ๆ ครั้งเมื่อไม่มีการส่งกำลัง บำรุงที่เพียงพอ กองทัพครูเสดของชาวยุโรปก็ถอยทัพกลับ

ในที่สุดชาวยุโรปก็เลิกล้มความพยายามที่จะรบกับกองทัพมุสลิมในเอสเชียไมเนอร์ และแอฟริกาเหนืออีก เมื่อเสร็จสงครามครั้งที่ 8 ผลทางการเมืองของสงครามครูเสดที่เกิดขึ้นแก่ยุโรปนั้น ถือเป็นปัจจัยสำคัญหนึ่ง ที่ผลักดันวิวัฒนาการของสังคมให้เปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคใหม่ ดังพอประมวลได้ดังนี้

1. เพื่อที่จะหารายได้มาเป็นค่าใช้จ่ายในสงคราม เจ้าศักดินา (Feudal Lord) ในยุโรปยุคกลาง โดยเฉพาะในฝรั่งเศส และอิตาลี จำเป็นต้องขายทรัพย์สิน ไปเป็นจำนวนไม่น้อย เป็นผลต่อเนื่องทำให้โครงสร้างระบบสังคมศักดา (Feudalism) ต้องล่มสลายลง

2. กษัตริย์อังกฤษเข้าร่วมสงครามด้วยตนเองแทนที่จะเป็นเรื่องของ Feudal Lord เท่านั้น อำนาจและอิทธิพลของกษัตริย์จึงได้รับผลสะเทือนโดยตรง ก่อให้เกิดการวางระเบียบและกฎเกณฑ์ในการบริหารประเทศมากขึ้น เป็นรากฐานที่ดีสำหรับการปฏิวัติประชาธิปไตยของชนชั้นกลางในเวลาต่อมา

3. ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างตะวันตกกับตะวันออกเกิดขึ้น ส่งผลให้ยุโรปเจริญทางเศรษฐกิจยิ่งขึ้นหลังผ่านพ้นยุคสงคราม

4. เกิดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและศิลปวิทยาการทุกแขนง ระหว่างตะวันตกกับตะวันออก

5. เกิดความพยายามทำความเข้าใจกันระหว่างศาสนาคริสต์และศาสนาอิสลามมากขึ้น

หลังวันที่ 11 กันยายน 2001 โลกไม่สบายใจ เมื่อจอร์จ ดับบเลยู บุชเอ่ยคำว่า ครูเสด ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เมื่อกล่าวถึงปฏิบัติการต่อต้านขบวนก่อการร้าย รวมทั้งการขนาน Operation Infinite Justice ก็ได้รับการท้วงติงว่าเป็นการใช้ถ้อยคำจากคัมภีร์ไบเบิ้ล อาจเป็นชนวนสงครามศาสนายุคใหม่ขึ้นมาได้ เพราะในทัศนะของชาวมุสลิม มีแต่พระอัลเลาะห์เจ้าเท่านั้นที่จะประทาน Infinite Justice ได้ ในที่สุดจึงต้องเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Operation Enduring Freedom

Comments

comments

Comments

Feel free to leave a comment...
and oh, if you want a pic to show with your comment, go get a gravatar!





.

Free PageRank Checker SiamHealthandBeauty on Twitter, SiamHealthandBeauty on Alexa