ฤดูกาล…ของผู้ถือหุ้น


May 10, 2013 by  
Filed under การเงิน การลงทุน

ฤดูกาล…ของผู้ถือหุ้น

เดือนเมษายนของทุกปี หลังจากวันหยุดยาวในช่วงสงกรานต์ คนที่เป็นกรรมการบริษัทจดทะเบียนหลายแห่ง มักต้องเดินสาย เข้าร่วมประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้นซึ่งส่วนใหญ่ก็จะจัดกันในช่วงเวลาสองสัปดาห์สุดท้าย ของเดือนเมษายน

“พบกันที ปีละครั้ง” ระหว่างผู้ที่เป็นนักลงทุน (หรือเรียกให้โก้หน่อยก็ต้องเรียกว่า “เจ้าของบริษัท” ซึ่งถึงแม้ว่าจะถือหุ้นเพียงหุ้นเดียว และมีมูลค่าไม่กี่บาท ก็เป็นเจ้าของบริษัทเช่นกัน) กับคณะกรรมการ และผู้บริหารระดับสูงของบริษัท เพื่อเป็นเวทีให้ฝ่ายหลังได้นำเสนอผลประกอบการในปีที่ผ่านมา รวมทั้งขอให้อนุมัติเงินปันผล หรือเลือกกรรมการใหม่ รวมทั้งเรื่องอื่นๆ ที่สำคัญเช่นการเพิ่มทุน ลดทุน เป็นต้น

ในฐานะของคนที่ผ่านเรื่องราว และช่วยดูแลเรื่องการประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้นมานาน นับตั้งแต่ยุคแรกเริ่มของการมีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และยังมีบริษัทจดทะเบียนเพียงไม่กี่บริษัท จนถึงปัจจุบันซึ่งมีบริษัทจดทะเบียนจำนวนมากมาย วันนี้ผมอยากจะบันทึกความทรงจำย้อนเวลาบางประการ อย่างน้อยก็เพื่อจะใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้บ้าง สำหรับคนรุ่นหลัง

ประการแรกก็คือ ผมบอกได้เลยว่าในยุคแรกที่เรามีบริษัทจดทะเบียน และมีผู้ที่เป็นนักลงทุนจำนวนไม่มากนั้น การประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้นโดยทั่วไป ซึ่งผมขออนุญาตเรียกย่อว่า “AGM” (Annual General Shareholders’ Meeting) ผู้ถือหุ้นรายย่อยส่วนใหญ่มักจะละเลย และไม่ค่อยเห็นความสำคัญของ AGM เท่าใดนัก จึงไม่เข้าร่วมประชุมหรือมอบอำนาจให้ผู้ใดเข้าประชุมแทน และการประชุมก็มักจะใช้เวลาไม่นาน ทุกอย่างดำเนินไปตามแบบแผน จบลงด้วยดี

การตั้งคำถามในที่ประชุมพอมีอยู่บ้าง แต่ค่อนข้างน้อย และไม่เข้มข้นเหมือนที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ บรรยากาศในการประชุม สงบเรียบร้อย เป็นส่วนใหญ่ ผมจำได้ว่า AGM ของธนาคารกสิกรไทย ซึ่งผมทำงานอยู่ในขณะนั้น มีผู้ถือหุ้นอาวุโสรายย่อยท่านหนึ่ง ซึ่งเข้าร่วมประชุมทุกครั้ง และยืนขึ้นถามคำถามเชิงท้วงติง หรือค่อนแคะการทำงานของฝ่ายบริหารอยู่ทุกครั้งเช่นกัน แต่บรรยากาศก็ออกมาในทางครื้นเครง พอท่านยืนขึ้นยังไม่ทันจะพูด ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ก็ยิ้มหรือหัวเราะเล็กน้อย แล้ว ก็แบบไทยๆ แหละครับ

ต้องยอมรับว่า คุณบัญชา ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการในขณะนั้น ท่านให้ความใส่ใจและความสำคัญของผู้ถือหุ้นอย่างมาก ท่านมอบหมายให้ผมจัดทำรายงานประจำปีให้มีคุณภาพและสวยงาม ผมได้รับมอบหมายให้ร่าง “สารจากกรรมการผู้จัดการ” หลายปี และท่านก็แก้ไขขัดเกลาอย่างละเอียดถี่ถ้วน หลายรอบ ทั้งในเรื่องเนื้อหาและภาษา (จนกลายเป็นเวทีฝึกภาษาเขียนให้ผมไปในตัว)

เมื่อท่านเห็นว่าผู้ถือหุ้น ให้ความสนใจเข้าร่วมประชุมไม่มากนัก ท่านก็คิดวิธี “ดึงดูด”ด้วยการสั่งให้จัดทำของชำร่วยสวยๆ เพื่อแจกในที่ประชุม เช่นถ้วยกาแฟ หรือ สมุดบันทึก เป็นต้น นอกจากนั้น ยังสั่งของว่างและกาแฟจากโรงแรมสี่ดาวห้าดาว มาให้บริการที่หน้าห้องประชุม ซึ่งก็ได้ผลทีเดียว จากปากถึงปาก กระจายไปอย่างรวดเร็ว ว่า AGM ที่ธนาคารกสิกรไทย ได้ของชำร่วยและของว่างจากโรงแรมชั้นดี

ผมไม่สามารถยืนยันได้ว่า ในเวลาเดียวกันนั้น AGM ของบริษัทอื่นๆ เริ่มแจกของชำร่วยกันด้วยหรือยัง แต่เข้าใจว่าน่าจะยัง และเริ่มทำกันมากขึ้นในภายหลัง จนบางช่วงกลายเป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่ง ที่จะสรรหาของชำร่วยให้ถูกใจผู้ถือหุ้นมากที่สุด เช่นช่วงโรคซาร์ระบาด ก็แจกหน้ากากกันติดเชื้อ ช่วงข้าวสารราคาแพง ก็แจกข้าวสารถุง หรือจตุคามรามเทพ ในช่วงที่กระแสกำลังแรง เป็นต้น นอกจากนั้น ยังตามด้วยของว่างดีๆ บางแห่งไปถึงอาหารกลางวันโต๊ะจีนก็มี การประชุม AGM ที่เคยแห้งแล้ง และไม่มีผู้สนใจเข้าร่วมประชุมมากนัก จึงเปลี่ยนไป

ขณะเดียวกัน ผู้ถือหุ้นก็ทำการบ้านมากขึ้น ให้ความสนใจเนื้อหาของการประชุมมากขึ้น และตั้งคำถามมากขึ้น ทำให้กรรมการและฝ่ายบริหารต้องเตรียมข้อมูลและมีคำตอบที่ชัดเจน ซึ่งนับเป็นพัฒนาการในทางที่ดี เพราะสมัยก่อน กรรมการส่วนใหญ่มักไม่ต้องวิตกกังวลอะไรมากนัก แต่วันนี้นอกจากประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการแล้ว กรรมการตรวจสอบ หรือกรรมการกำหนดค่าตอบแทน รวมทั้งผู้บริหารระดับสูง ก็จะต้องเตรียมพร้อมตอบคำถามในส่วนที่เกี่ยวข้อง ด้วยเช่นกัน

เป็นที่ทราบกันว่าวันนี้ ผู้ถือหุ้นรายย่อยบางราย ได้กลายเป็นดาราในวงการ AGM ก็มีหลายคนทำการบ้าน และตั้งคำถามที่ดีและคมคาย บางคนก็อาจจะสร้างความฮือฮา และความลำบากใจให้ที่ประชุมอยู่บ้าง ซึ่งก็เป็นความท้าทาย ที่ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการยุคปัจจุบัน ต้องมีศิลปะในการดำเนินการด้วยความนุ่มนวลและให้เกียรติผู้ถือหุ้น แต่เคยได้ยินว่าหลายปีมาแล้ว ประธานในที่ประชุม AGM แห่งหนึ่ง จำเป็นต้องขอให้ รปภ. “เชิญ” ผู้ร่วมประชุมคนหนึ่งออกจากห้อง หลังจากที่ได้สร้างความโกลาหลอยู่พักใหญ่

พูดง่ายๆ ว่ากระแสธรรมาภิบาล ได้เข้าถึงตลาดทุนไทยแล้ว อันเป็นผลพวงจากความพยายามของ สำนักงาน ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์ฯ และสมาคมต่างๆ ฯลฯ จึงเป็นที่น่ายินดีที่ การจัดอันดับธรรมาภิบาลของตลาดทุนไทย ได้เพิ่มขึ้นมาตามลำดับ

ส่วนการจัดของชำร่วยให้แก่ผู้เข้าร่วมประชุมนั้น คงต้องยอมรับว่าบางส่วนได้ขยายผลออกไปเกินกว่าที่บริษัทต่างๆ คาดการณ์ไว้ เพราะหลายปีที่ผ่านมา นักลงทุนจำนวนหนึ่ง ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างยิ่ง จนอาจจะมากกว่า “สาระ” ในการประชุม เช่นสัปดาห์ที่ผ่านมา บางบริษัทเริ่มการประชุม AGM เวลา 14.00 น. แต่ผู้ถือหุ้นส่วนหนึ่งไปถึงตั้งแต่ 10.00 น. เพื่อลงทะเบียนและขอรับของชำร่วยแล้วกลับ นัยว่าเพื่อไปลงทะเบียนต่อที่บริษัทอื่น เป็นต้น

ก็ไม่ว่ากันหรอกครับ เพราะเท่าที่คุยกับหลายบริษัท บางบริษัทบอกว่าไม่เคยแจกอยู่แล้ว ก็ไม่เห็นเป็นปัญหาแต่อย่างใด บางบริษัทฝากไปถึงผู้ถือหุ้นว่า รับเป็นเงินปันผลเพิ่มขึ้น ไม่ดีกว่ารับของชำร่วยหรือของว่างหรูๆ หรือ บางบริษัทที่แจกเป็นประจำ ก็บอกว่าไม่เป็นไร เมื่อผู้ถือหุ้นคาดหวัง เพียงปีละครั้ง ก็ให้กันได้…ก็แล้วแต่จะคิด นานาจิตตัง ครับ

ผมเพียงแต่อยากจะพูดว่า ธรรมาภิบาลที่แท้จริงนั้น อยู่ที่ “เนื้อหา” มากกว่า “รูปแบบ”….เท่านั้นเอง

ที่มา : ศ.ดร.วรภัทร โตธนะเกษม / กรุงเทพธุรกิจ

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

Comments

comments

Comments

Feel free to leave a comment...
and oh, if you want a pic to show with your comment, go get a gravatar!





.

Free PageRank Checker SiamHealthandBeauty on Twitter, SiamHealthandBeauty on Alexa