รู้วิธีเลือกครีมกันแดด ปกป้องผิวพ้นภัยจากแสงแดดหน้าร้อน


October 11, 2012 by  
Filed under เคล็ดลับสุขภาพดี

แสงแดดหน้าร้อนในบ้านเราเป็นที่ทราบกันดีว่า…แรง!! เรียกได้ว่าใครที่อยู่ใต้ฟ้าเมืองไทยในช่วงอากาศร้อนๆ เช่นนี้ได้ถือว่าอึดกันเลยทีเดียว แต่กิจกรรมหนึ่งที่พลาดไม่ได้ในช่วงนี้คือการไปพักผ่อนเล่นน้ำทะเล ออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง ซึ่งหลายคนมักจะนึกถึงครีมกันแดดเป็นตัวช่วยปกป้องผิวพรรณ แต่ก็ยังสับสนว่าจะเลือกใช้ครีมกันแดดอย่างไรที่มีประสิทธิภาพปกป้องผิวได้ ดี เพราะครีมกันแดดตามท้องตลาดมีหลายชนิด และอ้างถึงสรรพคุณต่างๆ มากมาย

พญ.ดวงกมล ทัศนพงศากุล อายุรแพทย์เฉพาะทางโรคผิวหนัง โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวถึงปัญหาจากแสงแดดที่พบได้บ่อยๆ ว่า มักพบอาการผิวโดนแดดเผาไหม้  เกิดริ้วรอย ฝ้า กระ รวมถึงอาการแพ้ต่างๆ ด้วย สาเหตุที่ทำให้ผิวถูกทำร้ายจากแสงแดด ในแสงแดดมีรังสีอัลตราไวโอเลต ซึ่งรังสีนี้จะไปทำลายคอลลาเจน และอีลาสตินในชั้นหนังแท้ ทำให้เกิดริ้วรอยต่างๆ ดังนั้น ควรทาครีมกันแดดทุกวัน และควรทาครีมกันแดดก่อนออกแดดอย่างน้อย 30 นาที การทาครีมกันแดดที่ได้ผลดีควรทาให้เพียงพอ ไม่บางหรือหนาจนเกินไป แต่หากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยเฉพาะในช่วงเวลา 10.00 น – 16.00 น.

การเลือกใช้ครีมกันแดด ควรเลือกที่สามารถป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB และต้องไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ มีความคงตัวสูงไม่ว่าจะโดนน้ำ หรือเหงื่อ ไม่เหนียวเหนอะหนะ

ปัจจุบันเราแบ่งสารกันแดดเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ สารเคมีกันแดด (Chemical Sunscreen) สารนี้จะช่วยดูดซับรังสี UV ไว้  และเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสารทำให้ประสิทธิภาพในการกันแดดลดลงตาม ระยะเวลาที่โดนแดด  ข้อดีของสารเคมีกันแดด คือ ทาแล้วไม่ทำให้หน้าขาววอก  แต่สารบางตัวอาจกันได้แค่ UVB แต่ไม่กัน UVA เช่น Salicylate, Cinnamate และสารที่กันได้ทั้ง UVB และ UVA ได้แก่ สารที่ลงท้ายด้วย –benzone,  mexoryl  sx,  mexoryl XL แต่ครีมกันแดดรุ่นใหม่ จะมีสารกันแดดผสมกัน 2-3 ตัว และมีคุณสมบัติกัน UVA ได้มากขึ้น ส่วนข้อเสียของสารเคมีกันแดด คือ  อาจทำให้เกิดการแพ้ระคายเคืองจากสารเคมีได้

สารกันแดดกุล่มที่ 2 คือ  สารสะท้อนแดด (Physical  Sunscreen)  ได้แก่ ไททาเนียม ไดออกไซด์ (Titanium Dioxide),  ซิงค์ออกไซด์ (Zinc  Oxide) สารเหล่านี้จะสะท้อนแดดออกจากผิว  ข้อดีของสารสะท้อนแดด คือ เกิดการแพ้ และระคายเคืองน้อยมาก  ใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่  สามารถกันได้ทั้ง UVB และ UVA  ไม่เปลี่ยนแปลงคุณสมบัติเมื่อโดนแดดนาน ๆ   ข้อเสียของสารสะท้อนแดด คือ ทาแล้วจะทำให้หน้าขาววอก แต่ปัจจุบันมีการลดขนาดโมเลกุลของสารสะท้อนแดดทำให้ขาวลดลง

นอกจาก ส่วนประกอบของครีมกันแดดที่เราดูได้จากฉลากแล้ว  ค่า SPF ของครีมกันแดดก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน   โดยค่า SPF (Sun Protection Factor ) เป็นตัวเลขที่บอกถึงประสิทธิภาพที่ทำให้ผิวหนังทนต่ออาการแดงจากแสงแดดได้ มากขึ้นโดยคิดเป็นจำนวนเท่า  ค่า SPF บ่งบอกถึงความสามารถในการป้องกันแสงแดดจากรังสี UVB เท่านั้น  เช่น SPF 15 หมายความว่าครีมกันแดดที่ทาทำให้ผิวหนังสามารถทนแสงแดดได้นานขึ้น เป็น 15 เท่า ผิวหนังถึงจะแดง เช่นจากการที่เคยโดนแสงแดด 20 นาทีแล้วผิวแดง ก็สามารถกันแดดได้ 15 × 20 เท่ากับ 300 นาที ผิวจึงจะแดง สำหรับคนที่อยู่ในอาคารควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF ประมาณ 15 แต่ถ้าต้องออกไปโดนแดดจัด ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF ประมาณ 30 เมื่ออยู่กลางแจ้งนาน ๆ อากาศร้อนทำให้เหงื่อออกเยอะและผู้ที่ต้องการลงเล่นน้ำ ครีมกันแดดจะถูกจะชะล้างออกไปบางส่วน  ควรเลือกครีมกันแดดชนิด Water-resistant หรือ Waterproof  จะช่วยป้องกันการชะล้างได้ดีขึ้น ส่วนค่า PA (Protective factor for UVA) เป็นค่าที่บ่งบอกถึงประสิทธิภาพในการป้องกัน UVA นั่นเอง

นอกจากการ ป้องกันแสงแดดด้วยครีมกันแดด เรายังสามารถหลีกเลี่ยงแสงแดดได้ด้วยอุปกรณ์อื่น ๆ ที่สามารถใช้ในการป้องกันแสงแดดและมีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน เช่น การสวมหมวก, การสวมเสื้อผ้าที่กันรังสี UV  การใช้ร่ม ปัจจุบันมีผ้าที่ทอพิเศษสามารถกันรังสี UV โดยมีค่า SPF 20-40  ช่วยปกป้องผิวบริเวณลำตัว และแขนขาจากแสงแดดได้ค่ะ

ฟื้นฟู ผิวคล้ำเสียจากการโดนแดดได้อย่างไร

หลังจากการโดนแดดแรงๆ เป็นเวลานานแล้ว ปัญหาที่มักเกิดขึ้นคือ ผิวคล้ำเสีย มีจุดด่างดำ และเกิดริ้วรอย โดยทั่วไปก็มักจะเลือกใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ และไวท์เทนนิ่ง หรืออาจพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมาขาวใสดังเดิม อาทิ

เทคโนโลยี  IPL  ( Intense Pulse Light ) เทคโนโลยีนี้จะช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวพรรณ  เป็นเทคโนโลยีความงามโดยการใช้คลื่นแสงธรรมชาติ  IPL  ที่ไม่เป็นอันตรายต่อผิว   แต่จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวสวยใส  ดูอ่อนวัย  คืนความเนียนใสให้กับใบหน้า ลบเลือนจุดด่างดำ  ช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลง  พร้อมปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ  พร้อมกับการทำลายเฉพาะเม็ดสีส่วนเกินในชั้นหนังกำพร้า  ไม่มีอาการเจ็บและไม่ทำให้เกิดแผล  หลังการรักษายังสามารถแต่งหน้าได้

ส่วน Micropeel  เป็นการปรับสภาพและฟื้นฟูผิวพรรณด้วยผงคริสตัลขนาดเล็ก  ขัดนวดเบาๆ  เพื่อขจัดผิวเก่าที่เสื่อมสภาพออกอย่างอ่อนโยน  ทำให้ผิวนุ่มเนียน  และกระจ่างใสขึ้น  ในขณะเดียวกันก็จะกระตุ้นให้เกิดเซลล์ผิวใหม่ที่สดใส  โดยไม่ทำให้เกิดแผล  สะดวก  รวดเร็ว  ไม่ต้องเสียเวลาในการพักฟื้น  และยังปลอดภัยแม้แต่สภาพผิวที่บอบบางและแพ้ง่าย  สามารถใช้รักษารอยหลุม  รอยดำ  รอยแผลเป็นจากสิว  ลดริ้วรอยตื้น ๆ ลบเลือนรอยแตกลายที่หน้าท้อง  สะโพก  และต้นขา อีกทั้งยังช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน  มีสีผิวที่สม่ำเสมอ

สำหรับ  AHA Treatment  เป็นการปรับสภาพผิวโดยใช้กรดผลไม้  AHA ( Alphahydroxy Acid )  ซึ่งสกัดจากผลไม้ในธรรมชาติ  โดยสาร AHA จะช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังที่เสื่อมสภาพ  เกิดการหลุดออกได้เร็ว  ทำให้ความหมองคล้ำ  และริ้วรอยจุดดำต่างๆ จางหายไป  และยังมีฤทธิ์กระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจน  ที่ทำให้ผิวพรรณเต่งตึงยิ่งขึ้นด้วย  ช่วยให้ความมันของผิวหน้าลดลง  จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีผิวมัน

ปัญหาแดดแผดเผาผิวพรรณ เป็นเรื่องที่ต้องระวัง แต่ก็ไม่ถึงกับต้องเก็บตัวอยู่แต่ในที่ร่มตลอดเวลา หน้าร้อนที่แสงแดดสดใสแบบนี้ ออกไปเผชิญกับแสงแดดบ้างอย่างถูกวิธี ก็สามารถสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้งได้ โดยไม่ต้องกลัวผิวเสียอีกต่อไป

ที่มา – ศูนย์ ผิวหนัง เลเซอร์และความงาม โรงพยาบาลเวชธานี

www.vejthani.com

Comments

comments

Comments

Feel free to leave a comment...
and oh, if you want a pic to show with your comment, go get a gravatar!





.

Free PageRank Checker SiamHealthandBeauty on Twitter, SiamHealthandBeauty on Alexa