ผู้สูงวัย หัวใจสร้างสุข


September 17, 2012 by  
Filed under เคล็ดลับสุขภาพดี

ผู้สูงอายุคือวัยที่อยู่ใช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไป ในประเทศไทยจากข้อมูลปี 2553 ใช้ข้อมูลทะเบียนราษฎร์ ประเทศไทยก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงวัยแล้ว เพราะสัดส่วนของประชากรอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมด

ผู้สูงวัยมักถูกหลงลืมไว้เพียงลำพังด้วยสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะรูปแบบครอบครัวที่กลายเป็นครอบครัวเดี่ยว มีการออกไปสร้างครอบครัวใหม่ และผู้สูงวัยก็จะถูกทิ้งไว้ที่บ้านเพียงลำพัง ประกอบกับผู้สูงวัยจะประสบปัญหาเรื่องสุขภาพ และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษามากขึ้นทุกวัน ศูนย์วิจัยสร้างเสริมสุขภาพชุมชน คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต จัดโครงการการสร้างเสริมสุขภาพ จิตใจ และสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพผู้สูงอายุ ชุมชนหมู่ที่ 5 ต.หลักหก จ.ปทุมธานี ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส.จัดโครงการ “วันนัดพบผู้สูงวัย ร่วมใจสร้างเสริมสุขภาพ” ขึ้นที่มหาวิทยาลัยรังสิต หนึ่งในมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพ โดย ผศ.ดร.อภิธวัฒน์ จรินทร์ธนันต์ หรืออาจารย์ตั้ม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการเล่าว่า โครงการการสร้างเสริมสุขภาพฯ จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2553 ระยะเริ่มต้นของโครงการทำเฉพาะในพื้นที่ ต.หลักหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เนื่องจากมหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เขตหลักหก ดังนั้นจึงได้เลือกสรรพื้นที่ที่จะเข้าร่วมโครงการให้เหมาะสม ซึ่งพบว่าในพื้นที่ ต.หลักหกนั้นมีอยู่ด้วยกัน 7 ชุมชน โดยเลือกชุมชนหมู่ที่ 5 ซึ่งมีผู้สูงอายุที่ทำงานในมหาวิทยาลัยรังสิตหลายคนเป็นหลัก เพื่อให้ข้อมูลความรู้ทางวิชาการด้านสุขภาพแก่ผู้สูงอายุ รวมถึงกระตุ้นให้ผู้สูงอายุในชุมชนเกิดความตระหนักถึงคุณค่าของตัวเอง เนื่องจากประเทศไทยมีผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น

ผศ.ดร.อภิธวัฒน์ จรินทร์ธนันต์ หรืออาจารย์ตั้ม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

“หลังดำเนินโครงการมาระยะหนึ่ง พบว่าผู้สูงอายุให้ความสนใจเข้าร่วมเป็นอย่างมาก โดยส่วนใหญ่จะพบปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุในพื้นที่เป็นโรคประจำตัวค่อนข้างเยอะ เช่นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิต ข้อกระดูก ปวดหลัง ปวดเอว ปวดหัวเข่า ซึ่งเมื่อเราได้ข้อมูลก็ลงพื้นที่จัดหากิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพในการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง โดยเฉพาะเมื่อเจ็บป่วยด้วยโรคภัยต่างๆ ซึ่งก็พบว่าเมื่อเราทำไปสักพัก คนในพื้นที่เริ่มมีสุขภาพที่ดีขึ้นถึง 60-70% โดยเฉพาะสุขภาพใจที่ดีขึ้นเกือบ 100% ก็ว่าได้ เพราะเรามีการจัดกิจกรรมทุกวันเสาร์ สันทนาการ ออกกำลังกาย เช่นพวกโยคะ ชี่กง รำไม้พลองให้ผู้สูงอายุได้ร่วมขยับร่างกาย และเป็นการออกกำลังที่ไม่หนักเกินไป”ผศ.ดร.อภิธวัฒน์ กล่าวและว่า ปัจจุบันนี้มีการขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ คือ ต.บางเตย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ชุมชนไทยเททิ่น เขตดอนเมือง กทม. และ ต.พรหมมณี อ.เมือง จ.นครนายก โดยเป็นผู้สูงวัยที่มีอายุระหว่าง 60-65 ปี

นายชูศักดิ์ ลิมปตานนท์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ต.หลักหก ด้านนายชูศักดิ์ ลิมปตานนท์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ต.หลักหก บอกว่า พื้นที่หมู่ 5 มีกว่าพันครัวเรือน ประชากร 2 พันกว่าคน โดยเป็นผู้สูงอายุจำนวนพันกว่าคน ซึ่งถือเป็นจำนวนที่ค่อนข้างสูง ประกอบกับผู้สูงอายุในพื้นที่มักจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ โรคประจำตัวต่างๆ เมื่อทางทีมของศูนย์ฯ ลงพื้นที่ แรกเริ่มจะใช้วิธีหาข้อมูลจากทางเรา เมื่อทราบความต้องการของชาวบ้าน และปัญหาพื้นฐานต่างๆ แล้ว ทางทีมงานของอาจารย์ตั้ม จึงได้จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้ ซึ่งพบว่าทำให้ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อเขามาร่วมกิจกรรมแล้ว นอกจากจะได้รับความรู้กลับไป ยังมีความสุขที่ได้พบปะพูดคุยกันกับคนในพื้นที่ และมีการออกกำลังกายที่ทำให้สุขภาพกายและใจดีขึ้นอีก

“ผมว่าการทำงานลงพื้นที่ในชุมชนเมืองมันยากกว่าในชนบท เพราะชุมชนเมืองค่อนข้างกว้าง และคนจะรวมตัวกันยาก แต่อาจารย์ตั้ม เข้ามาหาข้อมูลจากทางชุมชนก่อน เมื่อรู้ว่าชุมชนต้องการอะไร อาจารย์ก็จัดกิจกรรมที่เหมาะสม  ทำให้ชาวบ้านรู้สึกว่าได้ประโยชน์ตรงๆ กับเขาและเขาเองก็มีส่วนร่วม ผมว่าตรงนี้มันยั่งยืนกว่า และยิ่งทางมหาวิทยาลัยรังสิตก็มีคณะมากมาย โดยเฉพาะเมื่อลงพื้นที่ไปแต่ละครั้ง ก็จะมีคณะนักศึกษาจากคณะต่างๆ ตามไปด้วย  ตัวอย่างเช่นคณะพยาบาล เขาได้ความรู้ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์เพิ่มพูนความสามารถมากเลยนะ เพราะเขาจะได้พบกับผู้ป่วยโรคประจำตัวกับตัวเองเลย ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะการที่สถาบันการศึกษาให้ความสนใจในการทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนแบบนี้มันทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ดีอย่างมาก”  ผู้ใหญ่ชูศักดิ์บอก

ผู้ใหญ่ชูศักดิ์บอกอีกว่า เดิมที่ผ่านมาในพื้นที่ก็มีการจัดตั้งชมรมผู้สูงอายุ แต่ยังขาดรูปธรรมที่ชัดเจน เมื่อคณะโครงการฯ ลงพื้นที่จัดกิจกรรมแล้ว ชาวบ้านเห็นผลที่ได้รับ หลังๆ เริ่มมาเพิ่มมากขึ้นและมีการชักชวนเพื่อนๆ ในพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมด้วย ซึ่งตรงส่วนนี้ทำให้เราสามารถเพิ่มเครือข่ายได้มากขึ้น

การจัดโครงการลักษณะนี้ เปรียบเสมือนเป็นตัวกระตุกให้คนในชุมชนหันมาให้ความสนใจผู้สูงวัยมากขึ้น ซึ่งโครงการฯ แม้จะเดินทางมาปีที่ 2 แล้วก็ตาม แต่ทุกอย่างก็ต้องมีกำหนดระยะเวลาการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนในพื้นที่ได้เอง ทางชุมชนหมู่ 5 ได้เตรียมจัดทำโครงการปลูกพืชสมุนไพร เพื่อให้คนในพื้นที่มีความเข้าใจประโยชน์ของสมุนไพรและสามารถนำมาใช้ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม โดยผู้ใหญ่ชูศักดิ์เล่าว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมดำเนินโครงการ ซึ่งในระยะนี้เป็นการศึกษาหาข้อมูลกับทางมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โดยเน้นว่าสมุนไพรดังกล่าวต้องสามารถนำมาประกอบอาหารและใช้เป็นยารักษาโรคได้ เพื่อให้มีประโยชน์กับชาวบ้านมากที่สุด

โครงการการสร้างเสริมสุขภาพฯ นี้ นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ได้ขับเคลื่อนสร้างสุขในสังคมพื้นที่เล็กๆ เชื่อว่าจะเป็นต้นแบบที่ดีให้กับชุมชนในพื้นที่อื่นๆ ตระหนักความสำคัญของ “วัยสูงอายุ” ที่มีหัวใจไม่ต่างกับวัยที่ลดหลั่นมา มาร่วมสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีให้เกิดขึ้น เพื่อหัวใจของผู้สูงวัยได้เปี่ยมสุข เพราะเมื่อผู้สูงวัยสุขแล้ว กลุ่มคนที่จะสุขตามด้วยก็หนีไม่พ้นลูกๆ หลานๆ ที่อยู่ข้างกายนั่นเอง

เรื่องโดย : สุนันทา สุขสุมิตร Team content www.thaihealth.or.th

ขอขอบคุณที่มา :


Comments

comments

Comments

Feel free to leave a comment...
and oh, if you want a pic to show with your comment, go get a gravatar!





.

Free PageRank Checker SiamHealthandBeauty on Twitter, SiamHealthandBeauty on Alexa