ซี สภาพจิตใจดีขึ้น เผยแม่มาเข้าฝันฝากให้ดูแลบ้าน


April 26, 2013 by  
Filed under ภาพยนตร์ ละคร

ซี สภาพจิตใจดีขึ้น เผยแม่มาเข้าฝันฝากให้ดูแลบ้าน

”ซี-ศิวัฒน์” สภาพจิตใจดีขึ้นหลังพบกับความสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิต ขอเดินหน้าลุยงานต่อ ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ท่วมท้น เผยแม่มาเข้าฝันฝากให้ดูแลบ้าน ดูแลญาติพี่น้องให้ดี

หลังจากต้องเสียใจเพราะสูญเสีย ”คุณแม่อี๊ด-สุวรรณี” ไปอย่างกะทันหัน เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 เม.ย. 56 ”ซี” ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์ ซึ่งไปร่วมงาน สิงห์เปิดตัวโปรเจกต์ ”คนไทย ยูไนเต็ด” ที่ห้องประชุม บ.สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ได้ยอมรับสภาพจิตใจดีขึ้น หลังแม่เสียชีวิต ไม่ขอโทษใคร คิดเสียว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนต้องเจอ

”ก็ดีขึ้นมากกว่าเดิมแล้วจับต้นชนปลายได้แล้วว่าควรจะทำอะไรก่อนหน้านี้ดี ตอนแรกๆ ก็ค่อนข้างที่จะไปไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นทำยังไง เพราะด้วยความที่ยังเด็ก ก็ยอมรับว่าไปไม่เป็น ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง ไหนจะเรื่องเอกสารต่างๆ มากมาย แต่ ณ ตอนนี้เราก็สามารถดึงตัวเองกลับมาได้แล้วใช้เวลาเพียง 1 วันก็ดีขึ้น ก็โอเคครับ”

ทั้งนี้ซีขอบคุณทุกกำลังใจที่หลั่งไหลส่งมาให้ตนด้วย

”จริงๆ แล้วก็เป็นครอบครัวนี่แหละครับ แต่ที่สำคัญจริงๆ ก็คงจะเป็นตัวเราเองนี่แหละครับ เพราะว่าทุกข์มันก็อยู่ที่ใจ สุขมันก็อยู่ที่ใจครับ ในขณะที่ผมทำรายการผมได้พูดคุยกับคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาค่อนข้างมากเราได้แต่พร่ำบอกเค้าว่า บางสิ่งบางอย่างในชีวิตมันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป เพราะฉะนั้นแล้วความทุกข์เนี่ยมันก็ย่อมสลายไปตามกาลเวลาอยู่แล้ว ฉะนั้นเราก็เลยมองว่า มันก็คงจะเป็นเรื่องธรรมดา บางครั้งเราอาจจะเสียน้ำตาบ้างในระหว่างที่เราทำใจ ฉะนั้นแล้วเมื่อเราโดนกับชีวิตเราเอง เราก็ต้องรู้สึกและคิดให้ได้แบบนั้น อย่างน้อยคุณแม่ผมท่านก็ไปสบายแล้ว อย่างน้อยท่านก็ไม่ต้องนอนทุกข์ทรมาน ไม่รับรู้ หอมแก้มเค้า เค้าก็ไม่สามารถตอบเราได้ เค้าไปเร็วจริงแต่ก็ไปแบบสบายๆ”

ซีกล่าวต่อไปว่า เวลานี้ตนพร้อมเดินหน้าทำงานต่อเนื่องทั้งพิธีกรและละคร

”คือในส่วนเรื่องของรายการ ผมไม่ได้มองว่ามันเป็นหน้าที่การงาน มันคือบ้านของเราอ่ะครับ ถ้าเกิดแขกมาที่บ้าน ก็คงจะไม่มีใครต้อนรับแขกเราได้ดีเท่าตัวเราเอง เพราะฉะนั้นแล้วผมก็คงจะไม่กล้ารบกวนคนอื่นมาทำให้ ก็เลยคิดว่ามันไม่เหนือบ่ากว่าแรง ตอนแรกก็เป็นห่วงว่าจะไปฟังพระสวดไม่ทัน แต่ก็ต้องขอขอบคุณ บริษัท เจเอสแอล โกลบอลมีเดีย มากนะครับที่เข้าใจ รวมทั้งพิธีกรทั้ง 3 ท่านด้วย พี่ฮาย, พี่เอก, พี่ยง ที่ให้กำลังผมตลอด ผมซาบซึ้งมากที่ให้เกียรติผม ยอมที่จะมาอัดรายการช่วงเช้าก่อน แล้วก็อัดกัน 3 เทปเลย แล้วมันจะมีช่วงรายการสด ค่อยกลับมาถ่ายหลังจากที่ผมฟังพระสวดเสร็จ เราก็รีบกลับมาเพื่อให้ทันรายการสด ทุกคนน่ารักกันมากๆ ครับ เมื่อวานก็ได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่จริงๆ ครับ คิวละครยังมีอยู่ยังไงก็ต้องรันครับ เพราะว่าถ่ายไปออนไป ช่วงเช้าก็ไปถ่ายละครจนกระทั่งพระสวด ผมก็กลับมาฟังพระสวดก่อน หลังจากสวดแล้วก็ขออนุญาตครอบครัวก่อน ซึ่งกองถ่ายก็น่ารักมาก แม้จะต้องเลยคิวเป็นเที่ยงคืน เค้าเข้าใจผมมากๆ แล้วผมก็รู้สึกซาบซึ้งจริงๆ และทำให้ผมมีความรู้สึกว่าวันนี้เราได้เห็นแล้วครับว่าทุกคนให้กำลังใจ จากเพื่อนๆ นักแสดง เพื่อนๆ ในวงการ แม้แต่นอกวงการและรวมทั้งผู้ใหญ่ในวงการด้วยนะครับที่เป็นกำลังใจและเป็นแรงบันดาลใจ ทุกคนพร้อมที่จะกอด พร้อมที่จะผลักดันให้ผมก้าวต่อไป คือทุกคนเข้าใจผมหมดว่าการที่คนรักเราจากไปโดยที่ไม่ทันตั้งตัว ผมเข้าใจคำว่าสายฟ้าฟาดที่หัวใจแล้วว่ามันเป็นแบบนี้ แต่ทุกคนก็เข้าใจแล้วก็พร้อมที่จะให้กำลังใจผม ให้ผมก้าวต่อไปให้ได้”

ต่อคำถามว่าใช้หลักอะไรในการดำเนินชีวิต ซีกล่าวว่า ตนขออยู่กับปัจจุบันมากกว่าที่จะไปยึดติดกับอดีต แน่นอนว่าคนเราต้องมีความเจ็บปวด แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรแม่ของตนก็ไม่มีทางฟื้นขึ้นมาได้

”อย่างที่บอกครับ บางสิ่งบางอย่างเป็นเรื่องที่มันต้องเกิดขึ้น มันไม่ใช่ความผิดหรือความรับผิดชอบของผู้อื่น มันเป็นเรื่องของตัวเราเอง ฉะนั้นจะทุกข์หรือสุขมันอยู่ที่ตัวเองครับ บางสิ่งบางอย่างเราควบคุมมันไม่ได้จริงๆ เราจะนั่งอุ้มอดีตไว้ มันไม่มีประโยชน์ครับ มันต้องอยู่กับปัจจุบัน คือคุณแม่ของผมเสียไปแล้ว ถ้าเกิดอยากจะให้คุณแม่ไปอย่างสบายไม่ห่วงจริงๆ ผมต้องทำให้ท่านเห็นจริงๆ ว่าผมสามารถทำได้ โดยที่ไม่เสแสร้งอะไร แน่นอนครับความเจ็บปวดของคนที่เรารักจากไปแล้ว มันไม่ได้หายไป มันอยู่ในนี้นี่แหละแต่มันไม่มีประโยชน์ที่ผมจะต้องมานั่งฟูมฟาย ร้องห่มร้องไห้ ยังไงคุณแม่ผมก็ไม่ได้ฟื้นขึ้นมา เพราะฉะนั้นแล้วคนที่เสียชีวิตไปแล้ว ท่านไปสบายแล้ว คนที่อยู่ต่างหากที่ยังคงทุกข์อยู่ เพราะฉะนั้นหน้าที่เราคือทำให้คุณแม่เห็นว่าเรายังก้าวไปได้ด้วยตัวของเราเอง โดยที่ท่านไม่ต้องเป็นห่วงอะไร”

พร้อมกันนี้ซียืนยันว่า ตนไม่ติดใจและต้องการพิสูจน์อะไร เพราะคิดว่าไม่มีความจำเป็นแล้ว

”ถ้าเรื่องของการพิสูจน์ ผมขอพูดตรงนี้เลยว่าผมคงจะไม่ให้พิสูจน์เพราะมันไม่มีความจำเป็น และผมไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นความผิดของทางโรงพยาบาล ผมมีความรู้สึกว่าบางสิ่งบางอย่างมันเกิดขึ้น คือเรื่องการผ่าตัดมันมีความเสี่ยงอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการบล็อกหลัง การดมยาสลบก็ตาม เรื่องของลิ่มเลือดอุดตันไม่มีใครสามารถรู้ล่วงหน้าได้ครับ เพราะว่าคุณแม่ผมก็ไม่ได้มีประวัติ เพราะฉะนั้นการให้ยาสลายลิ่มเลือดล่วงหน้าก่อนการผ่าตัด โดยที่ไม่มีประวัติ มันก็แทบจะเป็นไปไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าไม่งั้นเลือดก็ไหลไม่หยุด แน่นอนผมเสียใจ แต่ผมไม่คิดที่จะโทษใคร มานั่งโทษคนรอบข้างหรือโทษให้คนอื่นรับผิดชอบ ไม่ได้เห็นว่าประโยชน์มันคืออะไร ผมต้องการให้แม่ผมฟื้นเหรอ หรือต้องการจะไปเพิ่มบาปกรรมให้แม่เหรอ มันไม่ได้ช่วยอะไร ถ้าการพิสูจน์จะต้องเปิดฝาโรง แล้วนำแม่ผมออกมาอีก ผมไม่ต้องการแบบนั้น แม่ผมก็ไม่ฟื้น เพราะฉะนั้นแล้วตอนนี้กว่าจะดึงตัวเองกลับมาได้ ผมอยากจะให้หยุด ในการที่จะบอกว่าทางโรงพยาบาลมีส่วนผิด จะผิดหรือถูกเป็นเรื่องของทางโรงพยาบาลที่คุณต้องไปถามกันเอง ไม่รับผิดชอบกันเอง ว่าต่อไปนี้ถ้ามีเคสที่ใกล้เคียงกว่านี้ก็ควรจะตรวจตราให้ดีกว่าเดิม แต่ในส่วนตรงนี้ไม่เกี่ยวกับแม่ผมเลย แม่ผมได้จากโลกนี้ไปแล้วมันชัดเจนแล้วครับ ไม่จำเป็นจะต้องไปนั่งหาสาเหตุอะไรอีก สาเหตุง่ายๆ คือ แม่ผมเสียไปแล้วแค่นั้นเอง”

นอกจากนี้ดาราหนุ่มยังวอนชาวเน็ตอย่าโทษโรงพยาบาลอีกด้วย

”ผมซาบซึ้งอยู่แล้วที่ทุกๆ คนคอยให้กำลังใจ แต่อย่างที่ผมบอกครับตอนนี้ผมอยากจะให้ทุกคนไว้อาลัยคุณแม่ผม ในขณะที่ 3-7 วันนี้ ก่อนจะถึงวันที่ 28 ก่อน 4 โมงเย็น ก่อนที่ผมจะทำการฌาปนกิจศพคุณแม่ ก็อยากจะให้นึกถึงเรื่องราวดีๆ ใครก็ตามที่รู้จักหรือไม่รู้จักก็ตาม ผมยืนยันครับคุณแม่ผมไม่เคยทำร้ายใคร ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อใคร แม่ผมรักทุกๆ คน ถ้าใครได้รู้จักนะครับ เพราะฉะนั้นแล้วอยากให้นึกถึงรอยยิ้ม ลักษณะของเค้าในแบบที่ดีๆ ก่อนที่จะทำการฌาปนกิจแค่นั้นก็น่าจะเพียงพอแล้ว ผมจะขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมากๆ มากกว่าการที่จะต้องให้ผมไปฟ้องใครหรือไปโทษคุณหมอ โทษโรงพยาบาล ณ ตอนนี้ไม่ใช่แค่โรงพยาบาลที่กรุงเทพคริสเตียนเท่านั้น แต่มีโรงพยาบาลอื่นๆ ที่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเหมือนกัน อยากจะวิงวอนสังคมหรือแฟนคลับนะครับ อย่าจะต้องทำให้รู้สึกว่าคนดีไม่ที่อยู่เลยนะครับ เรื่องบางเรื่องมันเกิดขึ้นได้ โดยที่เราไม่สามารถควบคุมมันได้ ก็ให้มองว่าเป็นเรื่องของสังขาร เป็นเรื่องของเวลาที่คุณแม่ผมจากไปอย่างสงบ แค่นั้นก็น่าจะเพียงพอแล้วครับ”

อย่างไรก็ตาม ซีเปิดเผยด้วยว่า เมื่อวันก่อนคุณแม่มาเข้าฝัน โดยบอกให้ดูแลบ้านและดูแลครอบครัวให้ดี

”เมื่อคืนแม่บ้านฝันถึงครับ ก็แล้วแต่ความเชื่อนะครับ ผมพยายามบอกทุกวันให้คุณแม่มาบอกหน่อยว่าเป็นยังไงบ้าง คุณแม่ก็มาบอก คือคุณแม่เองก็บอกว่าฝากดูแลพวกผมด้วย ฝากดูแลบ้าน และบอกว่าเรื่องแบบนี้ไม่น่าเกิดขึ้นเลย แม่ผมมาในแบบที่ปกติมากๆ ไม่ได้ดูเศร้าหมอง แต่ดูในแบบที่เข้าใจ ยังมีความห่วงใยลูกๆ และบ้านอยู่ อย่างน้อยมันก็เป็นความรู้สึกที่ดี ที่รู้สึกว่าแม่ก็คงเป็นครั้งสุดท้ายที่แม่เข้ามาบอกกล่าว แต่อยากเจอกับตัวเองมากกว่า”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เวลานี้ยังมีอะไรที่ห่วงอีกหรือไม่ ซีบอกว่าตนห่วงญาติพี่น้องของแม่ทุกคน แต่ก็ได้บอกกับคุณแม่ไปแล้วว่าไม่ต้องเป็นกังวลตนพร้อมทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

”ผมก็ห่วงทุกคน ห่วงญาติพี่น้องของคุณแม่ แต่ก็ได้พูดกับคุณแม่ไปแล้วว่าไม่ต้องห่วง ผมจะทำหน้าที่อย่างที่คุณแม่ได้ทำให้เราเห็นตอนที่คุณแม่ยังอยู่ ก็จะทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป ดูแลครอบครัวของคุณแม่ที่ยังเหลืออยู่ แล้วก็น้อง หลาน พี่สาว พี่ชาย เราก็จะดูแลกัน โดยตอนที่คุณแม่ยังอยู่ คุณแม่เหมือนเป็นสื่อกลางให้ทุกคนมารวมตัวกันทุกครั้ง ถึงแม้ว่าวันนี้จะไม่มีแล้วแต่เราก็คุยกันแล้ว ต่อไปนี้เราจะไม่ใช่ต้องรอให้แม่มา เราถึงจะมากินข้าวด้วยกัน เราคงจะนัดเจอกันทุกๆ เดือน ทุกคนต่างก็มีบทบาทของตัวเอง ก็ไปทำหน้าที่ของตัวเอง แล้วหลังจากนั้นก็กลับมาเจอกัน มาพูดคุยกันว่าใครเป็นยังบ้าง ดูแลกันให้มากกว่าเดิมครับ” ซีกล่าวในที่สุด

ขอขอบคุณที่มา :

Comments

comments

Comments

Feel free to leave a comment...
and oh, if you want a pic to show with your comment, go get a gravatar!





.

Free PageRank Checker SiamHealthandBeauty on Twitter, SiamHealthandBeauty on Alexa