การออกกำลังกายในผู้ป่วยเด็กมะเร็ง


การออกกำลังกายในผู้ป่วยเด็กมะเร็ง

การออกกำลังกายในผู้ป่วยเด็กมะเร็งจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย ป้องกันความพิการ และภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น การยึดติดของข้อ เพิ่มความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อต่างๆ ทั่วร่างกาย และเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ลดการพึ่งพาผู้อื่นและส่งเสริมการพึ่งตนเองในการใช้ชีวิตประจำวัน

การเลือกประเภทของการออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายแบบเป็นลำดับขั้นจากระดับเบาจนถึงหนักปานกลางดังนี้

– การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการหายใจและระบบไหลเวียนเลือด เช่น การฝึกหายใจลึกพร้อมกับยกแขนขึ้น-ลง การเล่นเป่าฟองสบู่หรือกังหันลม เพิ่มความหนักของการออกกำลังกายด้วยการออกกำลังกายแบบแอโรบิก เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ

– การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อ เช่น การบริหารแขนและขา เล่นเตะหรือรับส่งลูกบอล ปั่นจักรยานอยู่กับที่

– การออกกำลังกายเพื่อลดอาการบวมของแขนและขา เช่น การกระดกเท้าขึ้น – ลงเร็วๆ การยกแขนพร้อมกับกำ – แบมือเร็วๆ ควรเลือกอุปกรณ์ที่ใช้ในการออกกำลังกายให้เหมาะกับสภาวะและวัยของผู้ป่วย โดยควรมีอุปกรณ์การเล่นที่หลากหลายให้เด็กเลือกเพื่อจูงใจให้ออกกำลังกายและเกิดความเพลิดเพลินขณะออกกำลังกาย โดยเลือกอุปกรณ์และจัดสภาพแวดล้อมให้มีความปลอดภัยสำหรับเด็ก

นอกจากนี้ควรคำนึงว่าอุปกรณ์แต่ละชนิดให้ความหนักเบาในการออกกำลังกายที่แตกต่างกัน และให้ผลลัพธ์ของการออกกำลังกายที่แตกต่างกัน เช่น การเป่าฟองสบู่ช่วยฝึกกล้ามเนื้อที่ช่วยในการหายใจ การปั่นจักรยานช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและเพิ่มสมรรถภาพของระบบหายใจและการไหลเวียนของเลือด

ควรจัดให้มีการออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน ในระยะเวลาที่ผู้ป่วยทนได้ แต่ไม่ควรเกินครั้งละ 1 ชั่วโมง และควรพักบ่อยๆ ขณะออกกำลังกาย

ข้อควรระวังในการออกกำลังกายคือ

1. ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวหรือมีภาวะโลหิตจาง ไม่ควรออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะเลือดออกในข้อ

2. ผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องความบกพร่องของการรับความรู้สึก ควรระมัดระวังเมื่อออกกำลังกายแบบที่มีการเสียดสีทำให้เกิดแผลที่ผิวหนัง

3. ผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องกระดูกเปราะหักง่าย ควรเลือกออกกำลังกายแบบที่มีแรงกระแทกน้อยลงบนกระดูกและข้อต่อ

4. ผู้ป่วยที่มีระบบภูมิคุ้มกันต่ำ ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในที่ที่มีคนจำนวนมาก เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากผู้อื่น

5. ควรระมัดระวังและสังเกตอาการผิดปรกติขณะออกกำลังกายในผู้ป่วยที่มีความเจ็บปวด ผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการทรงตัว หรือมีปัญหาระบบทางเดินหายใจ เช่น หน้าซีด เหงื่อออกมากผิดปรกติ หายใจไม่ออก มีอาการปวดรุนแรงขึ้น เดินเซมากขึ้น

ที่มา : หนังสือพิมพ์โลกวันนี้วันสุข โดย วิรงรอง ยศะสินธุ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (ร.พ.เด็ก)

Comments

comments

Comments

Feel free to leave a comment...
and oh, if you want a pic to show with your comment, go get a gravatar!





.

Free PageRank Checker SiamHealthandBeauty on Twitter, SiamHealthandBeauty on Alexa